"งานนักลงทุนสัมพันธ์ต้องตอบทุกคำถามของนักลงทุนไม่ว่าจะยากแค่ไหน"

 

                "ตอนที่พบนักลงทุน ต่างประเทศครั้งแรก มันไม่มีคำว่าไปกี่คน เราไปเพียงแค่เจ้าเดียว ตอนนั้นคาซานอฟพาไป เราก็ไปเจอนักลงทุนพอ 2 ปี ต่อมา บริษัทฯ ก็เริ่มโตขึ้นเป็นที่รู้จักมากขึ้นก็เริ่มไปกันหลายคน ทำให้เริ่มมีน้องๆ มากขึ้น ซึ่งผมเป็น IR โดยอาชีพ จึงทำให้มีโอกาสได้พบกับหลายคนที่เป็น IR มืออาชีพ ก็เลยเข้าใจว่าอันนี้ก็เป็นงานวิชาชีพอย่างหนึ่ง" นี่คือคำพูดของ คุณนริศ เชยกลิ่น ที่บอกเล่าถึงการเริ่มต้นงานในบทบาทนักลงทุนสัมพันธ์

 

                คุณนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN นับเป็นคนเก่งตั้งแต่เด็ก เข้าศึกษาระดับชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเพียงหนึ่งปี จากนั้นจึงผ่านการสอบเทียบ เพื่อเข้าศึกษาต่อที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และก็ใช้เวลาศึกษาในระดับอุดมศึกษาทั้งสิ้นเพียงแค่ 3ปี 6 เดือน ก็สามารถสำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตแห่งรั้วมหาวิทยาลัยกฎหมายแห่งนี้ได้

                 หลังจากสำเร็จการศึกษา เขาตัดสินใจเริ่มต้นทำงานด้านการเงินและบัญชีครั้งแรก ในฐานะผู้ตรวจสอบบัญชีที่ (SGV) ณ ถลาง เป็นที่แรกก่อนที่บริษัทจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น อาเธอร์แอนเดอร์เซินน และ KPMG ในปัจจุบัน หลังจากนั้น ได้ตัดสินใจย้ายมาดูแลงานด้านบัญชีและการเงินให้กับบริษัทของลูกค้า ไม่นานก็ตัดสินใจย้ายมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานในส่วนของบริษัทจดทะเบียนครั้งแรกที่ บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) ปัจจุบัน คือบริษัท บี ที เอส กรุ๊ป โฮล์ดิ้ง จำกัด มหาชน  หรือ BTS โดยเขายังคงดูแลในส่วนของทั้งบัญชีและการเงิน

                หลังจากนั้นจึงเริ่มมาทำงานในส่วนของธุรกิจโรงแรมที่บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) หรือ LRH ก่อนที่จะบริษัทเปลี่ยนเป็น  บริษัท ยูนิเวอร์แซล สตาร์ช จำกัด (มหาชน) (USC ซึ่งในช่วงที่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ เขาได้ก้าวขึ้นรับตำแหน่ง CFO ดูแลงานด้านการเงินของ บริษัท ไทยวากรุ๊ป ทั้งหมด รวมระยะเวลา 3 ปี

                 จากนั้นจึงหันมาร่วมงานกับแบงก์นครหลวงไทย เป็นเวลาทั้งสิ้น 2 ปี ซึ่งระหว่างนี้เอง คุณนริศ ได้รับการชักชวนจาก คุณกอบชัย จิราธิวัฒน์ ให้เข้ามาร่วมงานกับ CPN ซึ่งปัจจุบัน คุณนริศ เชยกลิ่น ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

                 คุณนริศ เริ่มต้นเข้ามาดูแลงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ครั้งแรกขณะที่ร่วมงานอยู่กับ CPN ในปี 2542 โดยในขณะนั้นดำรงตำแหน่ง SVP (Senior Vice President) ซึ่งงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าไหร่นัก เขาเล่าว่าการทำงานในบทบาทด้านนักลงทุนสัมพันธ์ครั้งแรกว่า เป็นการเดินทางไปพบนักลงทุนในต่างประเทศ ร่วมกับคาซานอฟเพียงบริษัทเดียว แต่จากนั้น 2-3 ปี บริษัทก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น จึงเริ่มมีผู้ร่วมเดินทางมากขึ้น ทำให้เขากลายเป็น IR รุ่นพี่  รวมถึงมีโอกาสได้รู้จักกับ IR มืออาชีพหลายท่าน ทำให้เขาเข้าใจว่า IR (Investor Relations) คือวิชาชีพอย่างหนึ่ง หลังจากที่ทำงานด้านนี้เป็นเวลา 3-4 ปี ก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกชมรม Thai IR Club โดยในช่วงที่ผ่านมาเขามีโอกาสได้ช่วยงานในฐานะ ประธานชมรมนักลงทุนสัมพันธ์ไทยซึ่ง คุณนริศ บอกว่า ได้รับความรู้และประสบการณ์ต่างๆ มากมาย

                 สำหรับกลยุทธ์สำคัญในการทำงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ให้ประสบความสำเร็จ คุณนริศ บอกว่า การให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับนักลงทุนในเวลาที่เหมาะสม และมีความมั่นใจว่าเป็นข้อมูลที่สามารถประชาสัมพันธ์ออกไปได้ รวมถึงต้องตอบทุกคำถามของนักลงทุน ไม่ว่าคำถามนั้นจะยากแค่ไหน

                หรือในกรณีที่ต้องการให้นักลงทุนรอรับฟังข่าว ก็ต้องประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน รวมถึงพยายามนำเสนอข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อให้นักลงทุนสามารถนำไปพิจารณาเพื่อวิเคราะห์ความน่าจะเป็นในอนาคตได้

                เมื่อเอ่ยถามปากถึงแผนการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนของปี พ.ศ. 2553 ของ CPN เขากล่าวว่า สำหรับเรื่องแรกที่ต้องทำ ก็คือการเตรียมความพร้อมในเรื่องการเปิดให้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด (ประมาณ 80%) สำหรับส่วนที่ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ ในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553 

                หลังจากนั้นในเดือนพฤศจิกายนก็จะเปิดให้บริการอีกส่วนหนึ่ง ยกเว้นในส่วนที่ได้ความเสียหายมาก ซึ่งจะเปิดให้บริการได้ในช่วงกลางปี พ.ศ.2554 ซึ่งจะต้องเตรียมงานด้าน IR เพื่อเตรียมประชาสัมพันธ์ให้นักลงทุนทราบ สำหรับประเด็นถัดมา จะเป็นในส่วนของการเตรียมประชาสัมพันธ์ข้อมูลในส่วนของการเคลมประกันภัย เพื่อการประชาสัมพันธ์โครงการใหม่ให้นักลงทุนทราบตามลำดับ

                 โดยภาพรวมของการบริหารงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ขณะนี้ คุณนริศ บอกว่า อยู่ในระดับเป็นที่พึงพอใจ ซึ่งทางทีมงาน IR ทุกคนสามารถทำได้ดี ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมาได้ทาง CPN ได้รับรางวัล most popular vote จากสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ได้ ในขณะเดียวกันเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็ได้ Set Award ในแง่ของ Corporate Governance สำหรับปีที่แล้วก็ได้รับรางวัล Board of the year ซึ่งทั้งหมดเป็นงานที่ทีมงานนักลงทุนสัมพันธ์รับผิดชอบทิ้งสิ้น

                 มาถึงกิจกรรมที่ CPN คืนกำไรสู่สังคม เขาบอกว่าทางองค์กร ได้มีการทำกิจกรรม CSR ในรูปแบบต่างๆ มากมาย ในส่วนที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ทำในแต่ละเดือนก็จะติดประกาศไว้ที่บอร์ดตามศูนย์การค้าต่างๆ ของห้าง ว่ามีการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอะไรบ้าง

                นอกจากนี้ ยังมีเรื่องประหยัดพลังงานและการรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม โดยได้เพิ่งได้รับรางวัล Energy Award ที่สาขาพระราม 2 ในแง่ของศูนย์เก่า สำหรับศูนย์ใหม่ก็จะมีแจ้งวัฒนะ และพัทยา บีช ที่ได้รับรางวัลการประหยัดพลังงาน อีกอย่างก็คือจัดบริการพื้นที่ฟรี แก่หน่วยงานราชการ สถาบันศึกษา โรงพยาบาล มูลนิธิ โรงเรียน เพื่อมาจัดกิจกรรม

                 สำหรับวิสัยทัศน์เกี่ยวกับงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) ที่มีต่อองค์กร เขามองว่างาน IR มีความสำคัญมากสำหรับองค์กรที่ต้องการ เงินทุน มาก ซึ่งงานนักลงทุนสัมพันธ์จะช่วยในการประชาสัมพันธ์บริษัทในเชิงของ การเงิน ทำให้เป็นที่รู้จักของ ตลาดเงิน ตลาดทุน ส่งผลให้บริษัทสามารถ ระดมเงิน ได้ในราคาถูกและมีต้นทุนต่ำ 

                อีกทั้งผู้ถือหุ้นรายย่อยยังได้รับประโยชน์จากการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งหากนักลงทุนเกิดความสงสัย ก็จะได้นำข้อมูลเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจในการลงทุน ทั้งนี้เขายังมองว่างานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ไม่เพียงแต่จะต้องทำงานเก่งอย่างเดียว แต่ต้องมีความสามารถในเรื่องของการโฆษณาที่เป็นวิชาการอีกด้วย ส่วนคุณสมบัติของบุคลากรงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) ที่ดีในทัศนคติของ คุณนริศ นั้น เขามองว่าต้องประกอบไปด้วยหลายส่วนด้วยกัน โดยเบื้องต้นในส่วน Personality ควรจะต้องเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี และสามารถนำเสนอข้อมูลที่เหมาะสมต่อนักลงทุนได้ โดยจะต้องเป็นคนที่เข้าใจถึงการเปิดเผยข้อมูลกับนักลงทุน

                และอีกเรื่องที่สำคัญ คือ ควรจะเป็นคนที่สามารถนำความรู้ข้างนอกกลับเข้ามายังองค์กรได้ ไม่ใช่เพียงแค่นำข้อมูลของบริษัทไปนำเสนอเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเรียนรู้ ต้องคุย ต้องหาข้อมูล เพื่อเอากลับเข้าประโยชน์กับองค์กรได้ ช่างสังเกต กล้าคิด กล้าพูด ความสามารถในการสื่อสารก็เป็นเรื่องสำคัญ

                 ปิดท้ายคอลัมน์ IR Society กันด้วยวิธีการประชาสัมพันธ์ข่าวของ คุณนริศ ที่เขากล่าวว่า ส่วนตัวมีนโยบายที่ไม่ต้องการให้ตลาดวิตกกังวล (Panic) ไม่ว่าบวกหรือลบก็ตาม โดยเขาพยายามจะให้ข้อมูลต่างๆ เท่าที่จะสามารถทำได้ ซึ่งข้อมูลที่เสนอออกไป ต้องไม่ส่งผลต่อการได้เปรียบเสียเปรียบกับ นักลงทุนส่วนสิ่งไหนก็ตามที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เขาก็จะรีบเข้าไปดำเนินการแก้ไข โดยที่ไม่ต้องให้ทางตลาดฯ เตือน และหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น คุณนริศ ก็จะประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่างๆ ให้ทราบพร้อมๆ กัน

                เขายังบอกอีกว่าพยายามจะหลีกเลี่ยงการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่มีความคลุมเครือให้มากที่สุด

 

 

By : อิศราภรณ์ วีระคงสุวรรณ

IR Plus